google search

Morgan (2016) มอร์แกน

Morgan มอร์แกน
Morgan มอร์แกน

Morgan: มอร์แกน ยีนส์มรณะ

ผลงานกำกับเรื่องแรกของ Luke Scott ลูกชายของ Ridley Scott (แห่ง Alien, Blade Runner และ Prometheus) เป็นหนัง Thriller Sci-Fi ที่คาดเดาตอนจบได้ง่ายเหลือเกิน กับพล็อตเดิมๆ

ว่าด้วยการทดลองมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ ในห้องทดลองลึกลับห่างไกลจากผู้คน การทดลองที่ดูน่าตื่นตาในตอนเริ่มต้น แล้วค่อยๆ เผยความน่ากลัวออกมาภายหลัง ทำให้นึกถึงหนังแนวเดียวกันอย่าง Splice สัตว์สาวกลายพันธุ์ล่าสยองโลก (2009) เลยทีเดียว

เรื่องย่อหนัง ‘Morgan’

หนังพาให้เราเดินห่างไกลจากผู้คนในเมืองเข้าสู่ป่าอันห่างไกล ในปราสาทหลังใหญ่ทว่าเก่า มีศูนย์ทดลองตั้งอยู่อย่างลับๆ ที่นี่มีการทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะทางกายภาพเหมือนมนุษย์ แต่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง และพวกเขาเรียกสิ่งมีชีวิตนั้นว่า ‘Morgan’ (Anya Taylor-Joy) โดยรูปร่างภายนอกซึ่งดูเป็นผู้หญิง แต่ในวันนั้นเธอแสดงอาการก้าวร้าว

เป็นเหตุให้ต้นสังกัดส่ง ลี เวทเธอร์​ (Kate Mara) เจ้าหน้าที่จัดการความเสี่ยง มาตรวจสอบและรายงานผลกลับไปเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรกับ “สัตว์ทดลอง” ซึ่งเป็นเพียงทรัพย์สินที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง

หนังเดินเรื่องตามสูตร มีฉากระทึกเรียกน้ำย่อย ก่อนพาเข้าส่วนแนะนำตัวละคร จากนั้นความผิดปกติของมอร์แกนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนเรื่องราวเข้าสู่ความสยองแบบชัดเจน คนในห้องทดลองที่เหลือต้องพยายามหนีเอาชีวิตรอด หรือไม่ก็ต้องหาทางกำจัดเธอซะ

บรรยากาศเคร่งขรึม ดูทึมๆ และไร้ชีวิตชีวา ส่งเสริมให้หนังมีความน่าสนใจในบางอารมณ์ ขณะเดียวกันก็ทิ้งปมเกี่ยวกับโครงการทดลองลับๆ นี้ด้วย แต่ระหว่างเล่าเรื่อง หนังกลับเผยอะไรหลายอย่างมากเกินไปจนคาดเดาบทสรุปในตอนท้ายได้ไม่ยาก และทำให้ความน่าตื่นเต้นลดลงไปด้วย

หากจะพูดกันตามตรง หนังทำออกมาไม่ได้แย่แบบหนังเกรดบี เพราะมีงานเทคนิคและดีไซน์ที่ดูดีได้มาตรฐานหนังสตูดิโอ แถมไม่ใช้นักแสดงโนเนมด้วย

ไม่ว่าจะเป็น Mara, Toby Jones, Michelle Yeoh, Jennifer Jason Leigh และ Paul Giamatti ซึ่งแต่ละคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีตามที่บทจะอำนวย

ดนตรีประกอบของ Max Richter ถือว่าพอเหมาะ งานภาพก็ทำออกมาสวยทีเดียว องค์ประกอบหลายๆ อย่างโดยรวมก็ดูโอเค และเก็บรายละเอียดได้ดี แต่ดันมาเสียตรงบทและการเล่าเรื่องนี่แหละ ที่ยังไม่สามารถทำให้หนังน่าติดตามได้

หนังพยายามสื่อถึงประเด็น “ความมีตัวตน” และ “ความเป็นตัวเอง” แต่ด้วยบททื่อๆ และคาดเดาง่าย การเล่นประเด็นนี้จึงไม่หนักแน่นพอให้เกิดความน่าสนใจ

แม้จะเป็นพล็อตเดิมๆ ที่ต้องเติมส่วนผสมหลายๆ อย่างเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ แต่โดยรวมถือว่าอยู่ระดับกลางๆ ไม่หวือหวา ขอแค่ไม่คาดหวังมากเกินไป เป็นหนังที่ดูเพื่อความบันเทิงได้สำหรับคอหนังแนวนี้

เรื่องที่ใกล้เคียง